การวัดไข้เด็กทารก และ เด็กเล็ก มีความแตกต่างกับวัดไข้ผู้ใหญ่อย่างไร และ วิธีการวัดอุณหภูมิเด็กทารก ทำกันอย่างไร

การวัดไข้เด็กทารก-และ-เด็กเล็ก-มีความแตกต่างกับวัดไข้ผู้ใหญ่อย่างไร

การวัดไข้เด็กทารก 

การวัดไข้เด็กทารก เด็กโต หรือเด็กเล็ก คุณพ่อคุณแม่ต้องให้ความระมัดระวังพอสมควร เพราะเด็กทารกหรือเด็กเล็กเป็นวัยที่ไม่อยู่นิ่งเฉย ไม่สามารถรับรู้หรือสื่อสารได้เหมือนกับเด็กโตหรือผู้ใหญ่ เมื่อลูกน้อยมีไข้ แน่นอนว่าย่อมมีอุณหภูมิร่างกายที่สูงกว่าปกติ การวัดไข้เป็นสิ่งสำคัญ เมื่อรู้ว่าลูกน้อยมีไข้จะได้นำไปสู่วิธีการรักษาที่รวดเร็ว การวัดไข้ทารก มีกี่แบบ ปกติอุณหภูมิไข้เด็กทารก ควรอยู่ที่เท่าไหร่ วิธีวัดไข้ต้องทำอย่างไร มีข้อควรระวังหรือไม่ การวัดไข้เด็กและการวัดอุณหภูมิผู้ใหญ่ แตกต่างกันอย่างไร ถ้าอยากรู้เรามีคำตอบ

การวัดอุณหภูมิเด็กทารก คืออะไร ?

การวัดอุณหภูมิเด็กทารก คือ การตรวจเช็คอุณหภูมิร่างกายด้วยเทอร์โมมิเตอร์วัดไข้ เพื่อให้ทราบว่าเด็กทารกมีอุณหภูมิเท่าไหร่ มีไข้หรือไม่ จนนำไปสู่การรักษาอย่างรวดเร็ว การวัดไข้เด็กทารกสามารถวัดไข้ได้หลายวิธี หลายแบบ   

วัดไข้เด็กทารก มีกี่แบบ?

การวัดไข้เด็กทารก หรือการวัดไข้เด็กแรกเกิดสามารถทำได้หลายทาง ด้วยที่วัดอุณหภูมิเด็ก หรือที่วัดไข้เด็ก ปัจจุบันนิยมใช้วิธีการวัดไข้ทางรักแร้ ทางปาก ทางหู และทางผิวหนัง มาดูกันว่าการวัดไข้เด็กทารกแต่ละวิธีเป็นอย่างไร

1.วัดไข้ทางรักแร้

การวัดไข้ทางรักแร้ สามารถวัดได้ด้วยปรอทวัดไข้เด็กทารกหรือปรอทวัดไข้ผู้ใหญ่ได้ นอกจากนั้นยังสามารถใช้เครื่องวัดไข้เด็กได้ด้วย เป็นวิธีที่สะดวกและง่ายดาย เหมาะกับเล็กทารก เด็กแรกเกิด และเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป

2.วัดไข้ทางปาก

ถึงแม้ว่าการวัดไข้ทางปากจะสามารถใช้วัดไข้เด็กทารกได้ แต่ควรหลีกเลี่ยง แนะนำให้ใช้กับเด็กที่มีอายุมากกว่า 5 ปีขึ้นไป เพราะเด็กเล็กที่ยังไม่รู้ภาษา อาจเผลอไปกัดโดนปรอทวัดไข้แตกได้

3.วัดไข้ทางหู

การวัดไข้ทางหูด้วยเครื่องวัดไข้เด็กที่เป็นเทอร์โมมิเตอร์ทางหู เหมาะกับเด็กที่มีอายุ 3 เดือนขึ้นไป เนื่องจากรูหูจะมีขนาดใหญ่พอที่จะสามารถสอดปรอทเข้าไปได้ การวัดไข้ทางหูมีความแม่นยำสูง

4.การวัดไข้ทางผิวหนัง

เด็กทารกสามารถใช้วิธีการวัดไข้ทางผิวหนังได้ ซึ่งเป็นการวัดไข้ที่บริเวณหน้าผาก สามารถใช้เทอร์โมมิเตอร์แบบแผ่นแปะทาบหรือเครื่องเทอร์โมมิเตอร์แบบใช้แสงอินฟาเรดได้ การวัดไข้ทางผิวหนังจะมีความแม่นยำน้อยกว่าวิธีอื่นๆ

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม : วิธีใช้เครื่องวัดไข้ทางหน้าผาก เพื่อตรวจเช็คอุณหภูมิ แบบที่ถูกต้องและแม่นยำที่สุด

การวัดไข้เด็กทารก เด็กโต หรือเด็กเล็ก

ปกติอุณหภูมิไข้เด็กทารก ควรอยู่ที่เท่าไหร่

เด็กเล็กที่ยังไม่สามารถสื่อสารได้ เมื่อเด็กมีไข้ คุณพ่อคุณแม่จะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าลูกน้อยมีไข้ ซึ่งต้องหมั่นสังเกตอาการของลูกน้อย เช่น เด็กไม่อึ ท้องอืด ไม่สบายตัว อาเจียน ซึม ร้องไห้งอแง ฯลฯ หรือถ้าจะให้ดีต้องวัดอุณหภูมิลูกน้อยด้วยเทอร์โมมิเตอร์ เพื่อให้ทราบว่าลูกน้อยมีไข้หรือไม่ อุณหภูมิวัดไข้ทารก ควรอยู่ที่เท่าไหร่ คือ สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้

  • หากลูกน้อยมีอุณหภูมิ 37-5-38.4 องศาเซลเซียส หมายความว่า มีไข้ต่ำๆ
  • หากลูกน้อยมีอุณหภูมิ 38.5-39.4 องศาเซลเซียส หมายความว่า มีไข้ปานกลาง
  • หากลูกน้อยมีอุณหภูมิ 39.5-40.4 องศาเซลเซียส หมายความว่า มีไข้สูง
  • หากลูกน้อยมีอุณหภูมิ 40.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป หมายความว่า มีไข้สูงมาก

วิธีวัดไข้เด็ก การวัดไข้เด็กทารก และ เด็กโต เบื้องต้นต้องทำอย่างไร ?

1.วิธีวัดไข้ทางปากในเบื้องต้น

ให้นำเทอร์โมมิเตอร์วัดไข้ทางปากเข้าไปในปากเด็ก โดยให้ส่วนปลายของที่วัดอุณหภูมิอยู่ตำแหน่งใต้ลิ้น ปิดปากให้สนิท รอประมาณ 3-4 นาที เมื่อสารปรอทหยุดนิ่งสามารถเอาออกมาอ่านค่าได้ กรณีที่เป็นเทอร์โมมิเตอร์แบบดิจิทัล ให้รอจนกว่าจะมีเสียงสัญญาณดัง

2.วิธีวัดไข้ทางรักแร้ในเบื้องต้น

นำเทอร์โมมิเตอร์วัดไข้ สอดเข้าไปที่รักแร้ ให้ปลายปรอทอยู่ตรงกึ่งกลางของรักแร้ รอประมาณ 3-5 นาที สามารถอ่านค่าได้ แต่ถ้าเป็นเทอร์โมวัดไข้เด็กแบบดิจิทัล ให้รอจนกว่าจะมีเสียงสัญญาณดังขึ้น

3.วิธีวัดไข้ทางหูในเบื้องต้น

หากเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 12 เดือน ให้ดึงติ่งหูลง จากนั้นเอียงไปทางด้านหลัง แต่ถ้าเด็กที่มีอายุมากกว่า 12 เดือน ให้ดึงติ่งหูขึ้นด้านบนจากนั้นค่อยเอียงไปทางด้านหลัง ค่อยๆ นำเทอร์โมมิเตอร์สอดเข้าในช่องหู ตำแหน่งรับอุณหภูมิต้องอยู่ตรงตำแหน่งรูหู แล้ววัดอุณหภูมิ จากนั้นอ่านค่าที่ได้

4.วิธีวัดไข้ทางผิวหนังในเบื้องต้น

ให้ทำความสะอาดบริเวณหน้าผากก่อน สามารถใช้เทอร์โมมิเตอร์ลักษณะแผ่นแปะทาบลงไปที่หน้าผากหรือเทอร์โมมิเตอร์แบบใช้แสงอินฟาเรดได้ โดยไม่ต้องสัมผัสกับร่างกาย ทั้งนี้ คุณพ่อคุณแม่ควรวัดไข้ซ้ำ เพื่อความแม่นยำ

ปกติอุณหภูมิไข้เด็กทารก ควรอยู่ที่เท่าไหร่

ความแตกต่างระหว่างการวัดไข้เด็กและการวัดอุณหภูมิผู้ใหญ่

การวัดไข้เด็กและการวัดไข้สำหรับผู้ใหญ่ มีความแตกต่างกันที่ผู้ใหญ่สามารถสื่อสารได้ รับรู้ได้ว่ากำลังวัดไข้ ปฏิบัติตัวอย่างถูกวิธี แต่เด็กเล็ก ทารก หรือเด็กแรกเกิด ไม่สามารถสื่อสาร ทำความเข้าใจได้ว่าคุณพ่อคุณแม่กำลังจะทำอะไร ดังนั้น พวกเขาจะไม่ยอมอยู่นิ่งเฉย อาจดิ้นไปมา คุณพ่อคุณแม่ต้องระมัดระวัง เมื่อเด็กดิ้นไปมาอาจทำให้ปรอทแตกได้ ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้ เครื่องวัดไข้แบบดิจิทัล แทนจะดีกว่า

ข้อควรระวังในการวัดไข้เด็กทารก และ เด็กโต

  • การวัดไข้ทางปากด้วยปรอทวัดไข้ ระวังอย่าให้เด็กกัดปรอทเพราะปรอทอาจแตกได้ ก่อนวัดไข้ทางปาก ควรตรวจดูภายในช่องปากเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสิ่งใดตกค้างอยู่
  • การวัดไข้ทางรักแร้ด้วยปรอทวัดไข้ ระวังอย่างให้ปรอทแตก คุณพ่อคุณแม่อาจหลอกล่อ เช่น ร้องเพลง พูดคุย ให้เด็กนิ่งเฉย ไม่ขยับตัวไปมาและต้องรอให้รักแร้แห้งสนิทก่อน
  • การวัดไข้ทางหูควรตรวจสอบเทอร์โมมิเตอร์ก่อนว่ามีความสกปรกหรือไม่ หากมีสิ่งสกปรกให้ใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาดออกก่อน

จะเห็นได้ว่าการวัดไข้สำหรับเด็กทารก เด็กเล็ก หรือเด็กแรกเกิดนั้นมีความสำคัญอย่างมาก ต้องใช้อุปกรณ์วัดไข้ให้ถูกวิธีเพื่อความปลอดภัย ข้อมูลที่เรานำเสนอหวังว่าคุณพ่อคุณแม่จะมีความเข้าใจมากขึ้น สามารถปฏิบัติได้ถูกต้อง ถูกวิธี สาระน่ารู้ที่เราได้นำมาแชร์ หวังว่าจะมีประโยชน์อย่างมาก เพื่อเป็นแนวทางการในการปฏิบัติ รวมถึงข้อควรระวังต่างๆ ด้วยเช่นเดียวกัน

-------
โทรติดต่อ : 098-182-6798
Line : @yuwellthailand
Facebook Page : Yuwell Thailand x Rakmor 
คลิกซื้อสินค้า : www.yuwellthailand.com/shop/

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *